ถุงยาง ประวัติศาสตร์ถุงยางอนามัย มีแหล่งที่มาจากไหน

ถุงยาง

ถุงยาง อนามัยใคร ๆ ก็คงรู้จัก ถุงยางสามารถช่วยป้องกันการมีบุตรเมื่อไม่พร้อม และยังสามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศได้อีกด้วย ถุงยางมีหลากหลายขนาดไม่ว่าจะเป็นไซส์ถุงยาง 49 – 52 – 54 และ 56 ขนาดอื่น ๆ อีกมากมาย รวมไปถึงถุงยางผู้หญิงอีกด้วย แต่จะมีใครซักกี่คนที่รู้ที่มาของถุงยางอนามัย วันนี้เราก็จะมาเจาะลึกถึงเรื่องประวัติศาสตร์ถุงยางอนามัยและวิธีใช้งานแบบถูกต้องกันครับ

สารบัญของบทความนี้

  1. ถุงยาง ประวัติศาสตร์ถุงยางอนามัยเริ่มขึ้นเมื่อใด
  2. ถุงยางอนามัยถูกเผยแพร่เมื่อใด?
  3. ถุงยางอนามัยที่ทำจากยางแข็ง
  4. ถุงยางอนามัยมีขึ้นได้ยังไม่นาน
  5. ถุงยาง อนามัยมีกระบวนการผลิตอย่างไร
  6. ประเทศไทยมีการใช้ถุงยางกันเมื่อใด
  7. วิธีการเลือกใช้ ถุงยาง อนามัย
  8. สรุป ถุงยางอนามัย

ถุงยางอนามัยแบบบาง

ถุงยาง ประวัติศาสตร์ถุงยางอนามัยเริ่มขึ้นเมื่อใด

นายแพทย์กาเบเรียล ฟับโบปีอุส บิดาของถุงยางอนามัย กว่าจะมาเป็นถุงยางอนามัยที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันนั้น ถุงยาง อนามัยมีประวัติความเป็นมานานก่อนถึงคริสต์ศักราชหลายร้อนปี ก่อนที่จะเรียกกันว่าถุงยางอนามัยนั้น ล้วนผ่านการตั้งชื่อมาแล้วมากมายยกตัวอย่างเช่น sheath, prophylactic, French letter, English cape และยังมีอีกหลายหลายชื่อ จนคำที่คนนิยมพูดกันมากที่สุดก็คือ Condom

โดยชื่อ Condom นั้นก็มาจากชื่อของผู้คิดค้นถุงยางอนามัยนั้นเอง Dr.Condom หรืออีกชื่อที่เรียกกันก็คือ Dr.Conton เป็นคนที่ทำถถงยางเพื่อให้แก่พระเจ้าชาร์ลสที่ 2 แห่งเกาะอังกฤษ ซึ่งเป็นผู้ที่ไดรับฉายาว่า กษัทตริย์ยอดนักรัก โดยการผลิตถุงยางของ Dr.Condom นั้นผลิตมากจากเนื้อเยื่อของลำไส้แกะทำการยืดออกและชโลมน้ำมัน

ถุงยางอนามัยถูกเผยแพร่เมื่อใด?

เมื่อราวศัตวรรษที่ 15 บิดาแห่งถุงยางอนามัย นายแพทย์กาเบรียล ฟัลโลปีอุส ผู้คิดค้นถุงยางอนามัยขึ้นมาด้วยตนเอง เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกายวิภาค เป็นชาวอิต่าเลี่ยน และเข้าก็ได้ทำการสาธิตวิธีการใช้ถึงยางอนามัยต่อหน้าฝูงชนนับพันเป็นคนแรก และถุงยางอนามัยของเขายังถูกผู้คนเรียกว่า ปลอกอนามัย ซึ่งทำการประดิษฐ์โดย Fallopius ซึ่งทำมาจากปลอกผ้าเนื้อลินิน ด้วยมีความยาวตามมาครฐาน 8 นิ้ว (ใหญ่มากๆ) จนผลงานของเขาสามารถป้องกันโรคซิฟิลิส และยังสามารถช่วยคุมกำเนิดได้อีกด้วย ซึ่งสมัยก่อน ถุงยาง อนามัยก็จะทำมาจากวัสดุต่างๆเช่น

  1. เนื้อผ้าลินิน
  2. ลำไส้ของสัตว์
  3. เยื่อพังผืดของปลา

ถุงยางแบบปุ่ม

ถุงยางอนามัยที่ทำจากยางแข็ง

ในราวปี ค.ศ.1870 ณ เวลานั้นคนนิยมเรียกถุงยางอนามัยกันว่า ยาง ถุงยางสมัยก่อนไม่บางแต่เป็นแผ่นฟิลม์ ไม่ได้ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโรค และยังไม่ได้เป็นแบบที่ใช้แล้วทิ้ง สามารถนำมาล้างแล้วใช้ใหม่ได้อีก จนกว่าจะมีรอยฉีกหรือปริออก แม้ว่าประสิทธิภาพของถุงยางนั้นมีประสิทธิภาพดีและสามารถใช้งานได้สะดวก แต่ถุงยางอนามัยก็ยังไม่ได้รับความนิยม ส่วนถุงยางในปัจจุบันก็ทำมาจากยางสังเคราะห์นั้นเอง

ถุงยางอนามัยมีขึ้นได้ยังไม่นาน

หลายคนคงคิดว่าเอ้ะถุงยางอนามัยน่าจะมีกันมาตั้งนานแล้ว ถุงยางอนามัยนั้นพึ่งกำเนิดมาเมื่อ 60 ปีที่แล้วนี้เอง โดยการใช้วัสดุโพลียูเทนเพราะมีคุณสมบัติโดดเด่น มีความเหนียวกว่ายางดิบๆถึง 2 เท่าตัว จนทำให้สามารถผลิตถุงยางที่มีขนาดบางได้และความรู้สึกจากการเสียดสีดีขึ้นอีกมาก จากนั้นเป็นต้นมาก็มีการพัฒนาของถุงยางอนามัย จนบริษัทชั้นนำพูดชื่อใคร ๆ ก็รู้จัก

บริษัทกู๊ดเยียร์และบริษัทฮันค็อก ผู้ผลิตยางรถยนต์อและอื่นๆในปัจจุบันนั้นเอง ได้ทำการคิดค้นการผลิตถุงยางอนามัยที่ทำจากธรรมชาติ มีส่วนผสมก่อนกำมะถัน ที่ทำการผลิตมาจำหน่ายมาเป็นเจ้าแรกๆ ก่อนที่บริษัทอื่นๆจะนำถุงยางอนามัยไปผลิตตามกันจนเป็นที่แพร่หลายในปัจจุบัน

ถุงยาง อนามัยมีกระบวนการผลิตอย่างไร

ความแข็งแรงและความทนทานของถุงยางอนามัยนั้น ก่อนอื้นจะใช้เวลาบ่มตัวมากกว่า 10 วัน เพื่อทำให้เกิดปฎิกิริยาเคมีได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งกระบวนการต่อไปก็คือการขึ้นรูป โดยวิธีการจุ่ม ขั้นตอนนี้จะต้องทำให้ในห้องสะอาดไม่มีฝุ่นละออง โดยกระบวนการผลิตถุงยางอนามัยมีวิธีดังนี้

  • จะมีแท่งแก้วหลายๆชิ้นเรียงรายกันเป็นแถว เป็นขนาดเรียงรายกันไปตามขนาดที่ต้องการจะผลิต
  • จากนั้นจะค่อยๆจุ่มลงไปในที่กักเก็บน้ำยางธรรมชาติ
  • แท่งแก้วแต่ละแท่งจะทำการหมุนไปรอบๆ เพื่อทำให้ส่วนผสมกระจายตัวติดแท่งแก้วเพื่อให้ได้ขนาดแล้วจะนำเข้าตู้อบอินฟาเรดเพื่อให้น้ำยางนั้นแห้งตัว
  • หลังจากนำแท่งแก้วออกจากตู้อบแล้ว แท่งแก้วจะทำการจุ่มเป็นครั้งที่ 2 เพื่อเพิ่มความหนาของถุงยางอนามัยให้มีความหนาและคงทนและนำเข้าตู้อบอีกครั้ง
  • แท่งแก้วจะเคลื่อนผ่ารแปรงที่มีลักษณะเป็นขนนุ่มซึ่งทำหน้าที่ม้วนขอบถุงยางง ก่อนที่จะทำการอบครั้งสุดท้าย
  • หลังจากนั้นแท่งแก้วก็จะผ่านขั้นตอนการล้างน้ำที่มีการผสมสารเคมีทำให้ถุงยางหลุดออกได้โดยง่าย
  • หลังจากนั้น ก็นำถุงยางไปตรวจสอบคุณภาพ โดยจะทำการตรวจ 3 ส่วนหลักๆคือ ตรวจความรั่ว ทดสอบแรงดันอากาศ และตรวจหาสิ่งผิดปกติอื่นๆด้วยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์
  • ลำดับสุดท้าย ถุงยางอนามัยที่ผ่านการตรวจคุณภาพแล้วก็จะทำไปบรรจุในฟอยล์และเติมกลิ่นและสารฆ่าเชื้อ ก็จะเป็นถุงยางอนามัยที่เราใช้กันในปัจจุบัน

ประเทศไทยมีการใช้ถุงยางกันเมื่อใด

ประเทศไทยนั้น เริ่มมีการนำเข้าถุงยางอนามัยมาจำหน่ายครั้งแรกโดยชายอังกฤษและชาวญี่ปุ่น และต่อมาในปี พ.ศ.2514 ก็มีโรงงานผลิตถุงยางอนามัยแห่งแรกในประเทศไทยก็คือ บริษัท Royal Industry of Thailand นั้นเอง

ถุงยางราคา

วิธีการเลือกใช้ ถุงยาง อนามัย

เนื่องจากอวัยวเพศของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน แต่ก็จะมีมาตรฐานอยู่ตามแหล่งต่างๆที่จำหน่าย ซึ่งถ้าเราต้องการซื้อถุงยางอนามัย เราก็ควรรู้เส้นรอบวงของอวัยวเพศของเราเสียก่อน แล้วถึงนำไปซื้อได้ เนื่องจากการเลือกซื้อถุงยางอนามันที่หลวมไป อาจจะทำให้ตอนเรามีเพศสัมพันธ์ ถุงยางอาจหลุดเข้าไปในอวัยวเพศหญิงหรือทวารหนัก ซึ่งทำให้เกิดอันตราย ส่วนถ้าซื้อถุงยางอนามัยที่คับเกินไป อาจทำให้อวัยวเพศชายของเรานั้นเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ อาจทำให้น้องชายเราตายได้ ดังนั้นควรเลือกไซส์ที่พอดีสำหรับตัวเรา ซึ่งถุงยางอนามันสามารถบอกเส้นรอบวงได้ดังนี้

  • ถุงยางขนาด 49 มม ก็จะเท่ากับเส้นรอบวงของน้องชายเรา 11-11 ซม. หรือประมาณ 5 นิ้ว
  • ถุงยางขนาด 52 มม ก็จะเท่ากับเส้นรอบวงของน้องชายเรา 12-13 ซม. หรือประมาณ 5 นิ้ว
  • ถุงยางขนาด 54 มม ก็จะเท่ากับเส้นรอบวงของน้องชายเรา 13-14 ซม. หรือประมาณ 5 นิ้ว
  • ถุงยางขนาด 56 มม ก็จะเท่ากับเส้นรอบวงของน้องชายเรา 15-16 ซม. หรือประมาณ 6 นิ้วขึ้นไป

นอกจากนี้ก็มีถุงยางผู้หญิงอีกด้วย ซึ่งจะใช้ต่างกับของผู้ชาย ถุงยางผู้หญิงก็จะทำการสอดเข้าไปในช่องคลอด แต่ก็ไม่นิยมกันมากนัก ส่วนใหญ่จะป้องกันโดยให้ผู้ชายสวมใส่มากกว่า

สรุป

เป็นอย่างไรบ้างครับ อัดแน่นเต็มเม็ดเต็มหน่วยกับความรู้เรื่อง ถุงยาง กันเลยทีเดียว คงจะรู้แล้วว่าทำไมถุงยางจึงมีราคา ทั้งนี้เรื่องถุงยางอนามัยและเรื่องเพศศึกษาจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าอายอีกต่อไป เราควรกระจายความรู้เรื่องถุงยางอนามัยสู่เยาวชนให้มากๆ เพราะนอกจากช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคติดต่อที่มาจากการร่วมเพศด้วยครับ


รับคำปรึกษาเบื้องต้น กับ “หมอเบียร์” ฟรี

สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก
LINE:@ETERNITYCLINIC1
Facebook:@Eternityclinicthai

สืบพงษ์-เอ่งฉ้วน-หมอเบียร์

นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน “หมอเบียร์”
ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์เพศชาย (Urologist)
ศัลยกรรมทั่วไป (General surgeon)

รับคำปรึกษาเบื้องต้น กับ “หมอเบียร์” ฟรี

สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก

LINE:@eternitydrug

Facebook:@Eternityclinicthai

สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน “หมอเบียร์”

ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์เพศชาย (Urologist)

ศัลยกรรมทั่วไป (General surgeon)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *