อัณฑะไม่เท่ากัน มีอาการปวด เกิดจากอะไรได้บ้าง รักษาอย่างไร ?

อัณฑะไม่เท่ากัน

อัณฑะไม่เท่ากัน เกิดจากอะไร ผิดปกติหรือไม่

อัณฑะไม่เท่ากัน เป็นภาวะที่ขนาดของลูกอัณฑะฝั่งซ้ายและขวาไม่เท่ากัน  ซึ่งจะมีผลต่อความตึงและหย่อนของเปลือกหุ้มอัณฑะที่ต่างกันด้วย บางคนมีหนังหุ้มอัณฑะข้างซ้ายหย่อน แต่ข้างขวาหดตึง บางคนลูกอัณฑะใหญ่ผิดปกติอยู่ข้างเดียว อาจจะเป็นข้างซ้ายใหญ่กว่าข้างขวา หรือลูกอัณฑะข้างขวาใหญ่กว่าข้างซ้าย หรือแม้แต่บางรายที่มี อัณฑะ 3 ลูกก็มี โดยอาการเหล่านี้อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นผลจากการเป็นไส้เลื่อน หรือภาวะอัณฑะไม่ลงถุงในวัยเด็ก และสาเหตุอื่นๆอีก

สำหรับคนที่มีภาวะลูกอัณฑะไม่เท่ากัน แต่ไม่ความเจ็บปวด อาการบวม หรืออาการฟกช้ำ ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะโดยธรรมชาติแล้ว ลูกอัณฑะของผู้ชายจะมีการพัฒนาและไต่ลงมาอยู่ในถุงอัณฑะระหว่างข้างซ้ายกับข้างขวาไม่พร้อมกันนั่นเอง แต่หากมีอาการเจ็บปวด อาการบวม หรืออาการบวมทำให้ลูกอัณฑะใหญ่กว่าปกติที่เกิดจากการติดเชื้อ การอักเสบ กรณีแบบนี้ ถือว่าไม่ใช่ปกติ และควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและเข้ารับการษาต่อไปทันที

สารบัญของบทความนี้

  1. อัณฑะไม่เท่ากัน เกิดจากอะไร ผิดปกติหรือไม่ ?
  2. ไส้เลื่อนลงอัณฑะ คืออะไร?
  3. สาเหตุที่ทำให้เกิดไส้เลื่อน
  4. สรุป ภาวะอัณฑะไม่เท่ากัน

อาการลูกอัณฑะขนาดไม่เท่ากัน

อัณฑะไม่เท่ากัน เกิดจากอะไร ผิดปกติหรือไม่ ?

ท่านผู้ชายทั้งหลายที่สงสัยว่าทำไม ลูกอัณฑะของเรามันถึงมีขนาดไม่เท่ากัน เพราะมันมีสาเหตุของความผิดปกติหลักๆของภาวะนี้อยู่ 3 สาเหตุด้วยกัน ก็คือ

  1. ลูกอัณฑะไม่ลงถุง : เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นกับผู้ชายได้ตั้งแต่ยังเป็นเด็กจนถึงผู้ใหญ่เลย เป็นภาวะที่ลูกอัณฑะที่อยู่ในตำแหน่งที่สูงเกินครึ่งของถุงอัณฑะ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาต่างๆของลูกอัณฑะสูง เป็นภาวะที่น่าเป็นห่วงต่อการมีลูกหรือการสืบพันธ์ได้ และยังเป็นสาเหตุที่อาจจะก่อให้เกิดมะเร็งในอัณฑะสำหรับผู้ป่วยที่เกิดการอักเสบเรื้อรังบริเวณลูกอัณฑะได้เลยด้วย
  2. การบิดตัวของขั้วอัณฑะ : เป็นอาการที่เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมต่างๆที่ทำให้ร่างกายบริเวณเชิงกรานมีการขยับตัวอย่างรวดเร็วจนทำให้ถุงอัณฑะแกว่งหรือสะบัดอย่างกะทันหันจนเกิดการบิดตัวตรงบริเวณขั้วของอัณฑะ ซึ่งกรณีนี้เกิดขึ้นได้ค่อนข้างยาก แต่หากขั้วอัณฑะเกิดการบิดตัวขึ้นมา ก็จะมีโอกาสบวมและการอักเสบตามมาจนทำให้มีโอกาสเกิดภาวะการเป็นหมันขึ้นได้เลยทีเดียว
  3. ถุงน้ำในอัณฑะ : เป็นอาการที่เกิดจากน้ำในช่องท้องไหลเข้าไปในถุงอัณฑะ เนื่องจากผนังของช่องท้องที่อยู่ติดกับบริเวณถุงอัณฑะไม่สามารถปิดตามปกติได้ ซึ่งภาวะนี้จะไม่มีการติดเชื้อ ไม่มีการอักเสบ และไม่อาการเจ็บปวดที่รุนแรงจนเป็นอันตราย และจะเกิดขึ้นในกลุ่มเด็กเล็กเป็นส่วนใหญ่
  4. ถุงอัณฑะบวมแดง : เป็นอาการที่เกิดจากการติดเชื้อหนองในเทียมในท่ออสุจิ ซึ่งภาวะนี้จะมีอาการบวมแดงที่ถุงอัณฑะจากการอักเสบของการติดเชื้อ ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวดและจุกเสียดบริเวณถุงอัณฑะเป็นอย่างมาก โดยภาวะนี้จะพบเจอในกลุ่มวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่เป็นต้นไป

อัณฑะไม่เท่ากัน ไส้เลื่อน

ไส้เลื่อนลงอัณฑะหรืออัณฑะไม่เท่ากัน คืออะไร?

       ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจความหมายของไส้เสื่อนกันก่อน ภายในช่องท้องของมนุษย์เราจะมีถุงท้องซึ่งเป็นถุงที่บรรจุอวัยวะเครื่องในต่างๆทั้งหลายโดยมีลำไส้เป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งภาวะของการเป็นไส้เลื่อนจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อส่วนใดส่วนหนึ่งของลำไส้สามารถเล็ดลอดผ่านผนังถุงท้องออกมาได้นั่นเอง โดยบริเวณที่มีโอกาสเกิดอาการไส้เลื่อนได้บ่อยที่สุดจะเป็นตำแหน่งที่อยู่ต่ำที่สุดของท้อง

ซึ่งก็คือ ขาหนีบ ซึ่งเป็นบริเวณเดียวกันกับทางผ่านของลูกอัณฑะในวัยทารกของผู้ชายที่ถูกส่งผ่านลงไปอยู่ในถุงอัณฑะ และช่องถุงท้องนี้จะถูกปิดไปตั้งแต่วันเด็กแล้ว แต่หากเกิดความผิดปกติของร่างกายเนื่องจากสาเหตุต่างๆจนทำให้ลำไส้ เลื่อนผ่านช่องถุงท้องนี้ออกไปได้ ก็จะเกิดเป็นภาวะ ไส้เลื่อนลงอัณฑะ นั่นเอง

ไส้เลื่อนเกิดจากอะไร

สาเหตุที่ทำให้เกิดไส้เลื่อน

อย่างที่ทราบกันไปแล้วว่าสาเหตุหลักๆที่ทำให้เกิดไส้เลื่อน ก็คือลำไส้ในช่องท้องถูกดันเล็ดลอดผ่านผนังของถุงท้องจุดที่ต่ำที่สุดซึ่งอยู่บริเวณขาหนีบออกมา ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากผู้ที่มีภาวะและพฤติกรรมดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่เป็นโรคอ้วน น้ำหนักสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน รวมถึงหญิงที่กำลังตั้งครรภ์
  • ผู้ที่เบ่งอุจจาระหรือปัสสาวะอย่างรุนแรงอยู่เป็นประจำ
  • ผู้ที่ป่วยเป็นโรคไอชนิดเรื้อรัง
  • ผู้ที่ออกกำลังกายหน้าท้องแบบผิดวิธี
  • ผู้ที่ทำงานยกของที่มีน้ำหนักมากอยู่เป็นประจำ

นอกจากนี้ ไส้เลื่อนยังสามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กทารกที่มีความผิดปกติของร่างกายตั้งแต่เยาว์ เนื่องจากไม่สามารถปิดผนังช่องท่องนี้ได้ตั้งแต่วัยทารก ซึ่งจะทำให้เกิดโรคไส้เลื่อนตั้งแต่วัยเด็กเลยนั่นเอง

สรุป

      มาถึงตรงนี้ ก็คงจะคลายกังวลและหายสงสัยกันไปแล้วนะครับ สำหรับท่านชายและสาวๆที่กำลังสงสัยว่าการมี อัณฑะไม่เท่ากัน มันผิดปกติหรือไม่อย่างไร การต้องเจอกับภาวะอัณฑะใหญ่ข้างเดียว หรืออัณฑะซ้ายใหญ่กว่าอัณฑะขวา รวมถึงอาการที่สุ่มเสี่ยงต่อการเป็นไส้เลื่อนลงอัณฑะ มันเป็นอย่างไร รวมถึงการงดพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่เป็นต้นตอก่อให้เกิดอาการเหล่านี้ได้ และหากมีอาการสุ่มเสี่ยงหรือภาวะที่กล่าวมาข้างต้น ท่านควรจะทำอย่างไร ก็ขอให้ทุกท่านดูแลสุขภาพกันอย่างเต็มที่ และอย่าลืมดูแลสุขภาพน้องชายท่านให้ดีกันด้วยนะครับ หวังว่าทุกท่านจะได้รับประโยชน์ไปไม่มากก็น้อย


รับคำปรึกษาเบื้องต้น กับ “หมอเบียร์” ฟรี

สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก

LINE:@eternitydrug

Facebook:@Eternityclinicthai

สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน “หมอเบียร์”

ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์เพศชาย (Urologist)

ศัลยกรรมทั่วไป (General surgeon)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *